22 April
admin

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เป็นการสำรวจ วิเคราะห์ ทดลองอย่างมีระบบและเป็นขั้นตอนด้วยอุปกรณ์หรือวิธีพิเศษ เกี่ยวกับธรรมชาติ  สิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความรู้ หรือประสบการณ์ เพื่อเสนอความรู้ใหม่ เพื่อสุขภาพอนามัยความผาสุกและความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ
science-technology2
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวางและยิ่งนับวันจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้วและมีเศรษฐกิจ ที่มั่นคงมักจะเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูง จึงกล่าวได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ เมื่อพิจารณาถึงสภาพการผลิตนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย พบว่าผู้มีความรู้ ความสามารถสูงเป็นพิเศษทางวิทยาศาสตร์มีแนวโน้มที่จะเลือกเข้าศึกษาต่อใน คณะวิทยาศาสตร์น้อยลงทุกปี ส่วนใหญ่จะเลือกศึกษาในสาขาที่ให้ผลตอบแทนเป็นรายได้ที่ ค่อนข้างสูง เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สภาพเช่นนี้เนื่องจากสาเหตุหลายประการได้แก่สถานภาพทางด้านสังคม อาชีพ รายได้บรรยากาศในการทำงานไม่เอื้อหรือจูงใจให้ผู้มีความสามารถสูงหันมาประกอบอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์ จึงทำให้ปัญหาที่น่าวิตกอย่างยิ่งคือ ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะขาดผู้มีความสามารถสูงในวงการวิทยาศาสตร์ทั้งในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

การศึกษาและการวิจัยประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งครั้งหนึ่งในสมัยประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เป็นเพียงกิจกรรมส่วนหนึ่งของนักปราชญ์กลุ่มย่อยๆในสังคม ได้เปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นอาชีพที่หลายคนให้ความเชื่อถือ และใฝ่ฝันที่จะได้เข้าไปมีบทบาทร่วมดำเนินการ ฐานะ และภาพพจน์ของสังคมที่มีต่ออาชีพการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้น ไม่ว่าจะเป็นของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือ นักเทคโนโลยี ไม่เป็นรองอาชีพใด ๆ ประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ได้กำหนดนโยบายสนับสนุนงานค้นคว้าวิจัยเป็นอย่างมาก จึงเกิดสถาบันค้นคว้าวิจัยที่มีผู้ทำงานเป็นกลุ่มซึ่งแต่ละคนจะฝึกฝนมาเป็นผู้ชำนาญเฉพาะด้านเฉพาะแขนง งบประมาณสำหรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ได้จากงบประมาณแผ่นดิน แหล่งเงินทุน มูลนิธิ และบริษัทอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งให้ในรูปเงินทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัย หรือจัดตั้งห้องปฏิบัติการของตนเองแล้วจ้างนักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรเข้าไปทำงานวิจัย การคิดค้นทฤษฎีและวิธีการประยุกต์จึงเป็นไปอย่างกว้างขวางต่อเนื่องและรวดเร็ว ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่พิมพ์เผยแพร่กันในปัจจุบันและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ มีมากมายจนไม่สามารถที่จะรวบรวมไว้ ณ ที่หนึ่งที่ใดได้หมดสิ้น เนื้อหาความรู้ในแต่ละแขนงวิชาก็มีความลึกซึ้ง และเริ่มขยายขอบเขตไปคาบเกี่ยวกับคน ในบางครั้งไม่อาจจะแยกลงไปอย่างชัดเจนว่าจัดอยู่ในสาขาใดแน่ ตัวอย่างเช่น วิชาชีวเคมี วิชาชีวฟิสิกส์ และวิศวกรรมการแพทย์

comments

26 March
admin

การศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันเราจะเห็นผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาตีพิมพ์เผยแพร่กันหลากหลายทั้งในวารสารวิชาการ วิทยานิพนธ์ หรือเอกสารการประชุมวิชาการ ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีการขับเคลื่อนการศึกษาโดยอาศัยกระบวนการวิจัยเข้าเพื่อหาคำตอบหรือพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ ในขณะที่เราชาววิทยาศาสตร์ศึกษากำลังก้าวเดินไปอยู่ในยุค Research-based society นั้น เราควรได้หยุดคิดและทบทวนกันสักนิดว่า การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาของเราในอดีตและปัจจุบันเป็นอย่างไร การที่เรารู้อดีตและปัจจุบันจะทำให้เรารู้อนาคตของตนเองว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หากเราไม่รู้อดีตและปัจจุบัน เราก็จะไม่มีอนาคต การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นจากแนวคิดดังกล่าวผู้เขียนขอเก็บและเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อ่าน ทั้งนี้เรื่องที่เราเป็นเพียงประสบการณ์การศึกษาและการตรวจผลงานวิทยานิพนธ์และงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาของประเทศไทย โดยมีสถานการณ์การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษามีดังต่อไปนี้

การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ศึกษาในของกลุ่มนักวิจัยบางกลุ่มมักนำวิธีทางวิทยาศาสตร์มาปรับใช้และเข้าใจว่าการวิจัยต้องใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเริ่มจากการสังเกต ตั้งปัญหา กำหนดคำถาม ตั้งสมมติฐาน ทดลอง และสรุปผลการทดลอง อย่างเป็นขั้นตอนตายตัว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะวิธีนี้เป็นเพียงหนึ่งวิธีที่จะได้มาซึ่งความรู้เท่านั้น  แม้แต่นักการศึกษาหลายคนก็เกิดความสับสนและตีความคำว่า การสืบเสาะหาความรู้ (inquiry) กับคำว่า scientific methods ว่าคือสิ่งเดียวกัน โดยแท้จริงแล้วคำว่า inquiry นี้หมายถึงกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ในการค้นหาความรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นตอนตายตัว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือกระบวนการที่ใช้ศึกษาปรากฏการณ์และอธิบายปรากฏการณ์นั้น ซึ่งวางอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานหรือเหตุผลต่างๆ  โดยมักจะเริ่มต้นจากการสังเกต ตั้งคำถาม ค้นคว้าหาความรู้ การเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูล ตอบคำถาม อธิบาย และสื่อความหมาย ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญก็คือหลักฐานจะต้องมีความชัดเจนและสำรวจตรวจสอบได้ ทั้งนี้งานวิจัยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นวิจัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ตอบสนองกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนให้วิทยาศาสตร์ศึกษาประสบความสำเร็จได้ ตั้งอาศัยองค์ความรู้จากหลาหลายด้าน ดังนั้นการวิจัยก็เช่นเดียวกัน ควรมีการวิจัยในหลากหลายด้าน เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อเป็น Jigsaw เพื่อตอบโจทย์เกี่ยวกับประเด็นวิทยาศาสตร์ศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบันให้ได้

comments